โทร 02-028-7775LINE @dayone
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

เลิกยาเคอย่างไรให้ปลอดภัย ลดโอกาส เกิดอาการทางจิตกำเริบ ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจแบบครบถ้วน

เลิกยาเคอย่างไรให้ปลอดภัย ลดโอกาส เกิดอาการทางจิตกำเริบ ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจแบบครบถ้วน

แนวทางการเลิกยาเคที่ปลอดภัย ไม่ใช่แค่หยุดใช้ แต่ต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป โดยเฉพาะในช่วงที่อาจมีอาการ อาการทางจิต หรือ ประสาทการรับรู้ผิดปกติหลังหยุดยา ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก และสามารถดูแลได้อย่างเป็นระบบ

บทความนี้จะพาท่านและครอบครัวทำความเข้าใจอาการต่าง ๆ เช่น

  • ภาวะเมาเค (Ketamine intoxication)
  • อาการรับรู้ผิดปกติคงค้าง (HPPD)
  • ภาวะโรคจิตจากสาร (Substance-induced psychosis)
  • รวมถึงโรคที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ซึมเศร้า (Depression) และไบโพลาร์ (Bipolar disorder) พร้อมแนะนำวิธีดูแลผู้ป่วยอย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

1) ภาวะเมาเค คืออะไร? ต่างจาก “อาการรับรู้ผิดปกติคงค้าง” อย่างไร?

ภาวะเมาเค คือช่วงที่ยาเคกำลังออกฤทธิ์ ผู้ใช้มักมีอาการ เช่น

  • มึนงง สับสน ตอบสนองช้า
  • เหมือนลอยออกจากร่างกาย หรือรู้สึกว่าโลกไม่จริง
  • หวาดระแวง ตกใจง่าย หรือได้ยิน/เห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง

ในขณะที่บางคนแม้หยุดใช้แล้ว ก็ยังมีอาการคล้าย ๆ แบบนี้เกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ โดยมักเกี่ยวข้องกับ 3 ปัจจัยหลัก

  1. พักผ่อนไม่พอ วงจรการนอนผิดเวลา
  2. มีความเครียดหรือความกังวลสะสม
  3. เคยใช้ยาปริมาณมากหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

หากอาการเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเมายา มักหายได้เร็ว แต่ถ้าอาการยังเกิดต่อเนื่องหลังหยุด ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

2) HPPD คืออะไร? รู้จักเพื่อไม่ต้องตกใจ

HPPD (Hallucinogen Persisting Perception Disorder) เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมองเห็นภาพแปลก ๆ หรือรู้สึกว่าโลกผิดเพี้ยนแม้จะเลิกยาแล้ว เช่น

  • เห็นแสงฟุ้ง เห็นเส้นแสงลากตาม
  • ภาพเบลอ ภาพซ้อน หรือเห็นเหมือนภาพสั่น
  • ตาพร่า ไวต่อแสงมากผิดปกติ

แม้จะไม่ถึงขั้น “อาการทางจิตถาวร” แต่อาการเหล่านี้ทำให้รู้สึกไม่มั่นคง และอาจกระตุ้นให้ผู้ป่วยอยากใช้ยาอีกเพื่อดับความรู้สึกเหล่านี้

วิธีช่วยดูแลเบื้องต้น:

  • ให้พักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดคาเฟอีน เครื่องดื่มกระตุ้น และสารเสพติดทุกชนิด
  • หลีกเลี่ยงแสงจ้า หน้าจอมือถือ หรือสิ่งเร้าที่รุนแรง
  • พาไปประเมินกับจิตแพทย์ หากอาการเกิดถี่และรบกวนการใช้ชีวิต

3) แยกให้ออก: โรคจิตจากยา กับโรคจิตเภท (อาการทางจิตเรื้อรัง)

บางคนที่ใช้เคตามีนเป็นเวลานาน อาจเกิดอาการคล้ายโรคจิต เช่น

  • หวาดระแวง
  • หูแว่ว
  • เชื่อสิ่งที่ไม่เป็นจริง หรือมีความคิดผิดเพี้ยน

อาการเหล่านี้เรียกว่า “โรคจิตจากสารเสพติด” (Substance-induced psychosis) ซึ่ง แตกต่างจาก “โรคจิตเภท” (Schizophrenia) ที่เป็นโรคทางจิตเวชเรื้อรัง

ข้อสังเกตง่าย ๆ

  • หากอาการดีขึ้นหลังหยุดใช้ยา และพักผ่อนเพียงพอ มักเป็นผลจากยา
  • หากอาการยังอยู่ต่อเนื่อง หรือเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะหยุดเสพสารไปแล้วเป็นสัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคอย่างละเอียด

4) ภาวะซึมเศร้า และไบโพลาร์ เกี่ยวข้องกับการเลิกยาเคอย่างไร?

หลายคนหันมาใช้ยาเค เพราะต้องการหนีความเครียด เศร้า เหงา หรืออาการนอนไม่หลับ แต่หลังเลิกใช้ อาจพบว่าอารมณ์กลับมาแย่ลง เช่น

  • รู้สึกหมดแรง เบื่อหน่าย
  • โกรธง่าย หงุดหงิด
  • หรือกลับกัน อารมณ์พุ่งขึ้น พูดมาก นอนไม่หลับแต่ไม่รู้สึกง่วง

หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาการเหล่านี้อาจนำไปสู่การกลับไปใช้สารอีกครั้ง

แนวทางฟื้นฟู:

  • ประเมินภาวะอารมณ์โดยผู้เชี่ยวชาญ
  • ทำจิตบำบัดอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้ยาในกรณีที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม

5) วางแผนเลิกอย่างไร ไม่ให้ “หลอนกำเริบ”?

  1. ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัย
  • อยู่ในที่เงียบ สงบ ลดแสงจ้าและเสียงรบกวน
  • อยู่กับคนไว้ใจได้ งดอยู่ลำพัง
  • งดเครื่องดื่มกระตุ้นและสารทุกชนิด
  1. ในช่วง 14 วันหลังหยุดใช้สาร สร้างตารางชีวิตที่มั่นคง
  • นอนและตื่นให้เป็นเวลา ตามเวลาธรรมชาติ
  • เดินหรือออกกำลังกายเบา ๆ วันละ 20–30 นาที
  • ลดหน้าจอมือถือก่อนนอน
  • ฝึกสติ เช่น หายใจช้า ๆ โฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า (เทคนิค Grounding)
  1. ป้องกันการกลับไปใช้
  • ช่วยให้ผู้ป่วยตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อยากใช้ยา เช่น สถานที่ เพื่อน หรือสถานการณ์
  • เตรียมแผนสำรอง โทรหาคนที่ไว้ใจได้ ไปทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย
  • ในครอบครัว ควรให้กำลังใจและเข้าใจ มากกว่าตำหนิ

6) เมื่อไหร่ควรพาไปพบผู้เชี่ยวชาญ?

หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์หรือเข้ารับการบำบัด

  • ได้ยินเสียงที่ไม่มีจริง เห็นภาพแปลก ๆ หรือหวาดระแวงรุนแรง
  • นอนไม่หลับต่อเนื่องหลายวัน
  • มีอาการทางอารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
  • พยายามเลิกเองแล้วกลับไปใช้ซ้ำบ่อย ๆ

การดูแลจากทีมสุขภาพจิตที่มีประสบการณ์ จะช่วยแยกแยะว่าเป็นภาวะไหน และวางแผนฟื้นฟูให้เหมาะกับแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติด อย่ารอช้า การเข้ารับการบำบัดเร็วขึ้นหมายถึงโอกาสในการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ติดต่อ Day One Rehabilitation Center ศูนย์บำบัดยาเสพติดชั้นนำ เพื่อรับคำปรึกษาและการดูแลที่ครอบคลุม

โทร: 020287775 LINE: @dayone Website: www.dayonerehabcenter.com ที่ตั้ง: 99/1 Moo 6, Tambon Srichula, Muang, Nakornnayok 26000 Thailand

ปรึกษาเรื่องการบำบัดยาเสพติด

ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00

โทร 02-028-7775ติดต่อเรา