นโยบายเกี่ยวกับกัญชาเสรี
“นโยบายเกี่ยวกับกัญชาเสรี”
ประเภทของยาเสพติดและโทษของการใช้ยาเสพ
เนื่องจากช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง ขณะที่แต่ละพรรคการเมืองต่างก็มีนโยบาลต่างๆ ขึ้นมาเสนอกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะพูดถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกัญชาและยาเสพติดว่าแต่ละพรรคนั้นมีทิศทางอย่างไรต่อไปถ้าได้เป็นรัฐบาล
พรรคก้าวไกล
-
กัญชาเพื่อการสันทนาการ: แนวทางของพรรคก้าวไกล ที่ส่งเสริมให้มีการเปิด Recreational sandbox หรือพื้นที่เฉพาะที่ เช่นเดียวกับในหลายประเทศทั่วโลกและผลักดันให้มีกฎหมายออกมากำกับดูแลการใช้กัญชาให้เร็วที่สุด เพื่อยุติการใช้กัญชาโดยไร้การควบคุม โดยกัญชายังคงมีสถานะเป็นยาเสพติด และมีกฎหมายกำกับดูแลอย่างเหมาะสม
-
กัญชาเพื่อทางการแพทย์: มีการสนับสนุนการให้ใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมายทั่วประเทศ เพื่อพยายามแก้ไขเนื้อหากฎหมาย เปลี่ยนร่างกฎหมายกัญชาให้เป็นกฎหมายที่กำกับการใช้กัญชาอย่างเหมาะสม เพื่อให้มีการใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมาย เป็นประโยชน์กับผู้ป่วยและทุกคน และใช้ร่างกฎหมายนี้เพื่อหยุดภาวะกัญชาไร้ควบคุมที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
พรรคภูมิใจไทย
-
กัญชาเพื่อการสันทนาการ: ยังไม่มีนโยบายกัญชาเพื่อสันทนาการ แต่จะไม่ให้กัญชากลับไปเข้ากฎหมาย พรบ.ยาเสพติด
-
กัญชาเพื่อทางการแพทย์: สนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ แต่จะไม่ให้กัญชากับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง และจะยังคงผลักดันให้กฎหมายกัญชาออกมาเพื่อประชาชนตามเดิม
พรรคเพื่อไทย
-
กัญชาเพื่อการสันทนาการ: ไม่สนับสนุน ผลักดันให้กลับไปเป็นยาเสพติด
-
กัญชาเพื่อทางการแพทย์: มีการสนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ ต้องมีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชาต้องครอบคลุม เกิดประโยชน์ทางการแพทย์อย่างแท้จริง
พรรคพลังธรรมใหม่
-
กัญชาเพื่อการสันทนาการ: มีการคัดค้านการนำกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด ไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเสรี
-
กัญชาเพื่อทางการแพทย์: สนับสนุนเรื่องของการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ ยังเห็นว่ากัญชาจะต้องใช้เพื่อการแพทย์ เศรษฐกิจ และสังคม โดยทางการแพทย์ต้องเป็นส่วนหนึ่งของสมุนไพรไทย ใช้ผสมผสานอยู่ในแนวทางการรักษาแบบแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกผสมกัน
พรรคประชาธิปัตย์
-
กัญชาเพื่อการสันทนาการ: มีการคัดค้านการนำกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด แต่ไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเสรี
-
กัญชาเพื่อทางการแพทย์: สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์เต็มรูปแบบ แต่เป็น “กัญชาการแพทย์มาตรฐานสากล” ต้องมีกฎหมายครอบคุมชัดเจน
จากข้างต้นนั้น เราจะเห็นได้ว่ามีนโยบายเกี่ยวกับกัญชาเหมือนกัน แต่มีความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งจากการศึกษาหลายแหล่งข้อมูลไม่ว่าทางจิตแพทย์เอง ยังมองว่ากัญชาเป็นโทษมากกว่า ถ้ายังมีการปลดล็อกกัญชา และมีเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนการปลดกัญชาออกจากสารเสพติด เพราะกัญชาคือยาเสพติด ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมีมติเห็นชอบประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท5 (เมื่อ 25 มกราคม 2565 บังคับใช้ 9 มิถุนายน 2565) ทำให้ต้นกัญชาและช่อดอกไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษ ซึ่งส่งผลให้มีการซื้อ ขาย ปลูก เสพ หรือ ใช้กัญชาอย่างเสรี โดยไม่มีการควบคุม เด็ก เยาวชน และประชาชนทำให้สามารถซื้อและใช้เพื่อนันทนาการ จนเกิดปัญหาด้านสุขภาพทั้งตัวผู้เสพและบุคคลอื่นได้(ได้รับผลกระทบจากผู้เสพ) ปัญหาด้านสังคม สุขภาพทางจิต และอาชญากรรม ตลอดจนส่งผลเสียต่อระบบสาธารณสุขในระยะยาว และส่งผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาวด้วย และด้านความปลอดภัยของเด็ก เยาวชน สังคม และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ซึ่งเสี่ยงได้รับผลกระทบทางสุขภาพที่รุนแรงกว่ากลุ่มอื่นจากการใช้กัญชา จึงควรที่จะไดรับการคุ้มครองและจำกัดการเข้าถึงให้มากที่สุดด้วย
มาทำความรู้จักกับประเภทของยาเสพติดและโทษของการใช้ยาเสพเบื้องต้น เพื่อที่จะทำให้เรารู้และเข้าใจยาเสพติดมากขึ้น
ประเภทสารเสพติดตามกฎหมาย
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (พ.ศ. 2522) แบ่งออกเป็น 5 ประเภท:
ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน แอลเอสดี (LSD) แอมเฟตามีน (Amphetamine) หรือยาบ้า ยาอี (Ecstasy) หรือยาเลิฟ
ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 2 ยาเสพติดประเภทนี้สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ และใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ในกรณีที่มีไว้จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองต้องได้รับอนุญาต เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน และเมทาโดน
ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 3 ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นเป็นส่วนผสมของยา โดยมียาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ผสมอยู่ด้วย ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 เว้นแต่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ไม่ใช้บังคับกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบการโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง สาขาทันตกรรม จำหน่ายให้แก่คนไข้ของตน หรือผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ชั้นหนึ่ง จำหน่ายใช้กับสัตว์ที่ตนบำบัดหรือป้องกันโรค การนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น หรือเพื่อเสพติด จะมีบทลงโทษกำกับไว้ ยาเสพติดประเภทนี้ ได้แก่ ยาแก้ไอที่มีตัวยาโคเคอีน ยาแก้ท้องเสียที่มีฝิ่นผสมอยู่ด้วย ยาฉีดระงับปวดต่าง ๆ เช่น มอร์ฟีน (morphine) เพทิดีน(Pethidine) ซึ่งสกัดมาจากฝิ่น
ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 4 สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 หรือประเภท 2 เช่น Acetic Anhydride ใช้ในการลักลอบผลิตเฮโรอีน , Anthranilic acid และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอีก 12 ชนิด ที่สามารถนำมาผลิตยาอีและยาบ้าได้
ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 เป็นยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าข่ายอยู่ในยาเสพติดประเภทที่ 1 ถึง 4 ได้แก่ ทุกส่วนของพืชกัญชา ทุกส่วนของพืชกระท่อม เห็ดขี้ควาย เป็นต้น
โทษของการติดยาเสพติด
โทษต่อร่างกายและจิตใจ ทำลายประสาทสมอง จิตใจเสื่อม ซึมเศร้า กังวล เลื่อนลอย และเป็นโรคจิตจากพิษยานั้นๆ เสียบุคลิกภาพ ขาดความสนใจตนเอง ขาดสติสัมปชัญญะ ร่างกายซูบซีด อ่อนเพลีย พิษยาทำลายอวัยวะต่างๆให้เสื่อมลง มีโรคแทรกได้ง่าย ประสบอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะการควบคุมทางกล้ามเนื้อและระบบประสาทบกพร่อง
โทษต่อครอบครัว
- ขาดความรับผิดชอบต่อครอบครัวและญาติพี่น้อง
- เสียทรัพย์ที่จะต้องซื้อยามาเสพ และรักษาตัว
- ขาดหลักประกันของครอบครัว ทำงานไม่ได้ ไม่เป็นที่วางใจ ของคนทั่วไป นำภัยมาสู่บุตร ภรรยา ญาติพี่น้อง
โทษต่อสังคม
- เป็นภัยต่อสังคม
- มีโอกาสเป็นอาชญากรประเภทลักขโมยได้ง่ายเนื่องจากมีรายจ่ายสูง
โทษต่อส่วนรวมและประเทศชาติ
- เป็นภัยอันตรายต่อผู้อื่น ชุมชนและประเทศชาติ เพิ่มงบประมาณของประเทศในการป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษา
- ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ
หากท่านหรือบุคคลใกล้ชิดมีภาวะเสพติดกัญชาและต้องการเลิกกัญชา DAY ONE ศูนย์บำบัดยาเสพติด มีรูปแบบการบำบัดการรักษาที่ยึดแนวการบำบัดแบบองค์รวม เป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดและฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับผู้ที่มีปัญหาจาก แอลกอฮอล์ สารเสพติด และการพนัน เพื่อฟื้นฟูทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม มีการบำบัดด้วยวิธีต่าง ๆ
Contact Information
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- 99/1 หมู่ 6 ตำบล ศรีจุฬา อำเภอ เมืองนครนายก จังหวัด นครนายก 26000
- 064-645-5091
- [email protected]
- จันทร์ – อาทิตย์ : 9.00 -17.00
