โรคสมองติดยา สมองติดยาได้อย่างไร
การทำงานของสมองที่ผิดเพี้ยนไปในผู้ติดยาเสพติด
สมองประกอบด้วยสองส่วนหลัก: สมองส่วนคิด ซึ่งทำหน้าที่ตัดสินใจด้วยเหตุผล และสมองส่วนอยากที่ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม ยาเสพติดกระตุ้นเซลล์ประสาทให้หลั่งสารเคมีสมองออกมาขนาดใหญ่ ซึ่งกระตุ้นศูนย์ความสุขและสร้างความรู้สึกเป็นสุข
เมื่อใช้บ่อยๆ กระบวนการทำงานของสมองเปลี่ยนไป ความสามารถในการคิดเชิงตรรกะหายไปและถูกแทนที่ด้วยสมองส่วนอยาก ผู้ใช้จึงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม อารมณ์ก้าวร้าว หงุดหงิด และควบคุมตนไม่ได้ สิ่งนี้นำไปสู่การเสพบ่อยขึ้น
การใช้ซ้ำทำให้ยาทำลายเซลล์สมองบางส่วน และลดสารเคมีสมอง ส่งผลให้ความสามารถด้านความคิด ความจำ อารมณ์ และพฤติกรรมลดลง อาจก่อให้เกิดอาการทางจิตและโรคจิตขั้นสุดท้าย
ทำอย่างไรให้หายจากโรคสมองติดยา
“หยุดใช้ยาเสพติดทันที” คือวิธีเดียวที่สำคัญที่สุด
สมองมีศักยภาพฟื้นตัวหากเลิกเสพ อย่างไรก็ตาม การหยุดจะทำให้เกิดอาการขาดยาและความอยากยา ซึ่งนำไปสู่การกลับมาใช้ซ้ำ ดังนั้น “ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความช่วยเหลือและนำผู้ติดยาเข้าสู่กระบวนการบำบัด เพื่อให้ผู้ติดยาสามารถเลิกยาได้อย่างถาวร”
การบำบัดโดยจิต-สังคมบำบัดจะสอนเทคนิคการปรับเปลี่ยนความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่พึ่งพายาเสพติด
พฤติกรรมเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความอยากยา
การทดลองกับสุนัขแสดงว่าการเชื่อมโยงระหว่างตัวกระตุ้น (เช่น เสียงกระดิ่ง) กับรางวัล (อาหาร) ส่งผลให้เกิดการตอบสนองแม้ไม่มีรางวัล สิ่งเดียวกันเกิดกับสมองผู้ติดยา
สมองบันทึกสิ่งที่พบเห็นขณะเสพ และเมื่อเผชิญตัวกระตุ้นเดิมอีกครั้ง (สถานที่ เพื่อน กิจกรรม) สมองตอบสนองราวกับกำลังจะเสพยา สิ่งเหล่านี้เรียกว่า “ตัวกระตุ้น” และทำให้เกิดความอยากยา
วิธีหนึ่งในการหลีกเลี่ยงความอยากยาคือ “หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นทุกประเภท”
ภาพรังสีคอมพิวเตอร์ของสมองผู้ติดยา
ยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง การใช้ต่อเนื่องเปลี่ยนแปลงสารสื่อเคมีสมองและก่อให้เกิดความผิดปกติของเซลล์สมอง ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการผิดปกติทางอารมณ์ พฤติกรรม ความจำ และความคิดแย่ลง
ระยะที่รุนแรงอาจนำไปสู่อาการหลอน เช่น “หูแว่ว” หรือความรู้สึกว่ามีแมลงไต่ตามผิวหนัง หากไม่หยุด อาจเกิดโรคจิตตามมา
ภาพถ่าย PET Scan แสดงพยาธิสภาพสมองในระยะต่างๆ ตั้งแต่เสพจนถึงติดยา พยาธิสภาพนี้หายไปได้ด้วยการบำบัดที่ถูกวิธี
ความทรงจำฝังแน่นและความอยากยาเสพติด
การศึกษาแสดงว่าการเห็นวิดีโอตัวกระตุ้นเร้า (อุปกรณ์เสพยา) ทำให้สมองส่วน Amygdala ทำงานมากขึ้นและเกิดความอยากยา
ส่วนวิดีโอภาพธรรมชาติไม่มีผลเช่นนี้ ผู้ที่เลิกยาแล้วมีความเสี่ยงสูงที่จะติดกลับเพราะสมองยังตอบสนองต่อตัวกระตุ้นได้ง่าย
การบำบัด
“วิธีเลิกยาไม่ง่าย และผู้ป่วยไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง” ต้องการความช่วยเหลือจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ
DAY ONE REHABILITATION CENTER ให้บริการบำบัดแบบครบวงจร ด้วยทีมแพทย์จิตแพทย์ พยาบาลจิตวิทยา นักจิตวิทยา และนักกิจกรรมบำบัด ในสภาพแวดล้อมรีสอร์ทที่สงบริมน้ำและธรรมชาติ
